วันพุธที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 6




บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 6   วันพุธที่   8  กุมภาพันธ์  2560

ครั้งที่  6


ความรู้เชิงคณิตศาสตร์ (ต่อ)

สาระที่ 3 : เรขาคณิต
          มาตรฐาน ค.ป. 3.1 รู้จักใช้คำในการบอกตำแหน่งทิศทาง และระยะทาง ส่วน มาตรฐาน ค.ป. 3.2 รู้จัก จำแนกรูปเรขาคณิต และเข้าใจการรเปลี่ยนแปลงรูปทรงเรขาคณิตที่เกิดจากการจัดกระทำ เช่น
รูปทรงเรขาคณิตสามมิติ และรูปทรงเรขาคณิตสองมิติ
     - ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กรวย ทรงกระบอก
     - รูปวงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม
     - การเปลี่ยนแปลง รูปเรขาคณิตสองมิติ
     - การสร้างสรรค์งาน ศิลปะจากรูปเรขาคณิตสามมิติและสองมิติ
            เราสามารถสอนเด็กปฐมวัยให้เรียนรู้จากรูปทรงเรขาคณิตได้ด้วยการให้เด็กลงมือทำ อาจจะออกมาในรูปแบบเกมการศึกษา เรียนรู้เป็นหน่วย หรือการให้เด็กเล่นไม้บล็อกโดยการต่อตามจินตนาการได้ ซึ่งเด็กจะเรียนรู้และซึบซับความรู้ได้ดีถ้าเขาได้เล่นอย่างมีความสุข


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เรขาคณิต


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เรขาคณิต


สาระที่ 4 : พีชคณิต
           มาตรฐาน ค.ป. 4.1 เข้าใจรูปและความสัมพันธ์ คือแบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด หรือสี ที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พีชคณิต อนุบาล


สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น

           มาตรฐาน ค.ป. 5.1รวมรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสิ่งแวดล้อม และนำเสนอ โดยทางคณิตศาสตร์เราสามารถรวบรวมและนำเสนอออกมาในรูปของแผนภูมิอย่างง่ายๆ ได้


สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิศาสตร์

           ทักษะและกระบวนการทางคณิศาสตร์ คือการแก้ปัญหา การใช้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์




ประเมินการเรียนการสอน

ประเมินสภาพห้องเรียน

ห้องเรียนสะอาด อากาศเย็นสบาย อุปกรณ์ครบครัน

ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมมีพูดคุยบ้างเล็กน้อยในเวลาเรียน

ประเมินเพื่อน

เพื่อนพูดคุยกันขณะที่อาจารย์กำลังสอน แต่ทุกกลุ่มและทุกคนให้ความร่วมมือดี

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนช้า แต่เนื้อหาการสอนครบถ้วน เป็นกันเอง สนุก  อาจารย์ตั้งใจสอนดีมาก






บันทึกการเรียนครั้งที่ 5


บันทึกการเรียนครั้งที่  5     วันพุธที่  1   กุมภาพันธ์  2560 


ครั้งที่  5



ความรู้เชิงคณิตศาสตร์

ความรู้เชิงคณิตศาสตร์

           ความรู้เชิงคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับความรู้ 4 ประเภท ดังนี้

1. ความรู้ทางกายภาพ Physical Knowledge
        เป็นความรู้ที่ได้จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ด้วยการรับรู้จากประสาทสัมผัส เช่น สี รูปร่างลักษณะ ขนาด

2. ความรู้ทางสังคม Social Knowledge
        เป็นความรู้ที่ได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น เป็นสิ่งที่เราได้จากการเรียนรู้ เช่น หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน หนึ่งปีมี 12 เดือน เป็นต้น  
 
3. ความรู้เชิงตรรกศาสตร์คณิตศาสตร์ Logical-mathematics Knowledge
          เป็นความเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ จากการสังเกต สำรวจ และทดลองกระทำกับสิ่งต่างๆ เพื่อจัดระบบและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสิ่งเหล่านั้น เช่น การนับจำนวนสิ่งของกลุ่มหนึ่งและนับจำนวนทั้งหมดเท่ากับสี่ ซึ่งจำนวนสี่เป็นค่าของจำนวนสิ่งของทั้งหมดในกลุ่ม หากแยกออกจากกลุ่มจะไม่ได้มีความหมายเท่ากับจำนวนสี่

4. ความรู้เชิงสัญลักษณ์ Symbolic Knowledge
          เป็นความรู้เกี่ยวกับวิธีการแสดงสิ่งที่รู้ด้วยสัญลักษณ์ ต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับสิ่งนั้นและสามารถสร้างเป็นความรู้เชิงตรรกศาสตร์ โดยมีความเข้าใจในสิ่งนั้นอย่างชัดเจนจนสามารถนำสิ่งอื่นหรือสัญลักษณ์มาแทนได้ เช่น เมื่อนับผลไม้จำนวน 8 ผลในตะกร้า แล้ววาดวงกลมให้เท่ากับจำนวนผลไม้ โดยเขียนตัวเลข 8 แทนจำนวนผลไม้ทั้งหมด

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย

           รู้หรือไม่เด็กปฐมวัยเรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์?

        เราให้เด็กได้เตรียมพร้อมด้านต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา

           ทักษะและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ 1 : จำนวนและการดำนวนการ
สาระที่ 2 : การวัด
สาระที่ 3 : เรขาคณิต
สาระที่ 4 : พีชคณิต
สาระที่ 5 : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 : ทักษะและกระบวนการทางคณิศาสตร์

            สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในชั้นเรียน
สาระที่ 1 : จำนวนและการดำนวนการ
          มาตรฐาน ค.ป. 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง ซึ่งในเรื่องของจำนวน เด็กสามารถที่จะ
     - การใช้จำนวนบอก ปริมาณที่ได้รับ
     - การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก และตัวเลขไทย
     - การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกแสดงจำนวน
     - การเปรียบเทียมจำนวน
     - การเรียงลำดับจำนวน
 
   การรวมและการแยกกลุ่ม
     - ความหมายของการรวม
     - การรวมสิ่งต่างๆ สองกลุ่มที่มีผลรวมไม่เกิน 10
     - ความหมายของการแยก
     - การแยกกลุ่มย่อยจากกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนไม่เกิน 10







การจำแนกสิ่งของที่ไม่ใช่ปากกา










สาระที่ 2 : การวัด
           มาตรฐาน ค.ป. 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา เช่น การเปรียบเทียบปริมาตรโดยการตวง เป็นต้น









ประเมินการเรียนการสอน

ประเมินสภาพห้องเรียน

ห้องเรียนสะอาด อากาศเย็นสบาย อุปกรณ์ครบครัน

ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมมีพูดคุยบ้างเล็กน้อยในเวลาเรียน

ประเมินเพื่อน

เพื่อนพูดคุยกันขณะที่อาจารย์กำลังสอน แต่ทุกกลุ่มและทุกคนให้ความร่วมมือดี

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนช้า แต่เนื้อหาการสอนครบถ้วน เป็นกันเอง สนุก  อาจารย์ตั้งใจสอนดีมาก










บันทึกการเรียนครั้งที่ 4



บันทึกการเรียนครังที่  4   วันพุธที 29  มกราคม 2560

ครั้งที่  4




คณิตศาสตร์คืออะไร?   


ความหมายของคณิตศาสตร์ 
            คณิตศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการคำนวนทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ การนับ การคำนวน การประมาณ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของมนุษย์ เด็กปฐมวัยใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายจากความคิดของภาพ แล้วค่อยๆ พัฒนาความคิดแบบคณิตศาสตร์อย่างถูกต้อง





ความสำคัญของคณิตศาสตร์

              คณิตเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ เป็นการวิชาที่เกี่ยวกับการคิด มีทั้งเหตุผลและสามารถพิสูจน์ได้ เป็นเครื่องมือที่ใช้ฝึกการคิดอย่างมีระบบและวิธีการ สามารถสร้างสรรค์คนให้มีนิสัยละเอียด สุขุม รอบคอบ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้




ประโยชน์ของคณิตศาสตร์
             คณิตศาสตร์สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คณิตเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ปกครองและครูให้ความสนใจ เพราะคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ว่าด้วยนามธรรม อาศัยสัญลักษณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาแทนนามธรรม ซึ่งภาษาทางคณิตจะนำเด็กไปสู่ความเข้าใจของทุกสรรพสิ่ง




ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
             ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ก็คือกระบวนการทางความคิดและการพัฒนาต่างๆ ดังนี้
    1. การนับ Counting
    2. ตัวเลข Number
    3. จับคู่ Matching
    4. จัดประเภท Classification
    5. เปรียบเทียบ Comparing
    6. การจัดลำดับ Ordering
    7. รูปทรง/เนื้อที่ Shape and Space 
    8. การวัด Measurement
    9. เซต Set
    10. เศษส่วน Fraction
    11. การทำตามแบบหรือลวดลาย Patterning
    12. การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณ

     




ความสำคัญของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

            คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานที่ทำให้เด็กรู้จักแก้ปัญหา มีความสามารถในการคิดคำนวนและอื่นๆ และทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์นั้นจะช่วยให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียนคณิตศาสตร์เบื้องต้น ได้แก่ การรู้จักสังเกตเปรียบเทียบ การจัดหมวดหมู การเพิ่มขึ้นและการลดลง ช่วยขยายประสบการณ์ที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ให้สอดคล้องเป็นลำดับจากง่ายไปหายาก ช่วยให้เด็กเกิดความเข้าในความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ จนกระทั่งสามารถใช้ภาษาเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง


แนวทางในการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

     1. ศึกษาและทำความเข้าใจหลักสูตร เพื่อให้ทราบวัตถุประสงค์ ขอบข่ายของเนื้อหาวิธีสอน วิธีการจัดกิจกรรม การใช้สื่อการเรียนการสอน และการประเมินผล เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมด้านคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างถูกต้อง
     2. ศึกษาพัฒนาการด้านต่างๆ ความต้องการและความสามารถของเด็กปฐมวัย เพื่อจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการ ความต้องการ ความสนใจ และความสามารถของเด็ก




ประเมินการเรียนการสอน

ประเมินสภาพห้องเรียน

ห้องเรียนสะอาด อากาศเย็นสบาย อุปกรณ์ครบครัน

ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมมีพูดคุยบ้างเล็กน้อยในเวลาเรียน

ประเมินเพื่อน

เพื่อนพูดคุยกันขณะที่อาจารย์กำลังสอน แต่ทุกกลุ่มและทุกคนให้ความร่วมมือดี

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนช้า แต่เนื้อหาการสอนครบถ้วน เป็นกันเอง สนุก  อาจารย์ตั้งใจสอนดีมาก








บันทึกการเรียนครั้งที่ 3



บันทึกการเรียนครั้งที่  3    วันพุธที่  18  มกราคม  2560

ครั้งที่  3




           พัฒนาการทำให้เรารู้เด็ก และสามารถจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความสามารถของเขา เพราะการทำงานของสองตรงกับอายุเลยออกมาเป็นพัฒนาการทางสติปัญญา สมองมักมีการทำงานเป็นลำดับขั้นอย่างต่อเนื่อง เราจึงต้องใช้อายุมากำกับเพื่อที่จะได้เห็นถึงขั้นตอนของมัน และสมองจะทำงาน รับรู้ หรือสั่งการได้โดยเครื่องมือที่เด็กทุกคนมีคือ ประสาทสัมผัสทั้ง 5
ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก คือ 
ครั้งแรกจะซึมซับ+ความรู้เดิม -------->มีความรู้ใหม่ --->เรียนรู้---->มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (ทำให้เรียนรู้เพื่อเกิดการอยู่รอด) 
            ซึ่งพัฒนาการทางด้านสติปัญญานี้ เด็กก็จะมีความแตกต่างกัน ความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกัน เพราะการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน สิ่งแวดล้อม พันธุกรรม รวมไปถึงวุฒิภาวะอีกด้วย


วันนี้เรียนนักทฤษฎี 2  คนคือ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรูเนอร์


บรูเนอร์

1. ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของบรุนเนอร์ 
บรูเนอร์ได้แบ่งพัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์ออกเป็น 3 ขั้นใหญ่ ๆ คือ
       - ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ (Enactive Stage) คือ ขั้นของการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่าง ๆ การลงมือกระทำช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ดี การเรียนรู้เกิดจากการกระทำ
       - ขั้นการเรียนรู้จากความคิด (Iconic Stage) เป็นขั้นที่เด็กสามารถสร้างมโนภาพในใจได้ และสามารถเรียนรู้จากภาพแทนของจริงได้
       - ขั้นการเรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม (Symbolic Stage) เป็นขั้นการเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมได้








ไวก็อตสกี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไว ก็ อ ต ส กี้ vygotsky


2. ไวก็อตสกี้
         เขาเชื่อว่าเด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสภาพแวดล้อมของเขาจากความร่วมมือของเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน การมองดู (Peer)เป็นกระบวนการที่สนับสนุนและเพิ่มพูนพัฒนาการ ทำให้พัฒนาการเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน เด็กจะมีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกัน มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน จึงเกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นั่นคือ เด็กที่กำลังจะก้าวข้ามไปข้างขน้า และประสบความสำเร็จในระดับสูงขึ้น ต้องได้รับคงามช่วยเหลือหรือกระตุ้นให้เด็กมี "สมรรถนะ" เด็กจึงจะได้พัฒนาแนวคิดใหม่ๆ โดยที่ครู ผู้ปกครอง และทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็ก จากแนวทฤษฎีนี้เราจึงนำมาจัดกิจกรรมให้มีการพูดคุย สนทนา
         เขาเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างครูกับเด็ก ผู้ปกครองกับเด็ก ทำให้เด็กสามารถใช้แนวคิดที่ได้เรียนรู้จากกระบวนการดังกล่าวในการแก้ปัญหาหลังจากที่ไม่มีครูคอยช่วยเหลืออีกต่อไป




สรุป

    เรารู้แล้วว่าการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านการลงมือกระทำกับวัตถุโดยเลือและตัดสินใจอย่างอิสระนี้เรียกว่า "การเล่น" เพราะการเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้หรือวิธีการที่จะเกิดการเรียนรู้ เมื่อเรารู้แล้วว่าเด็กเป็นอย่างไรเราก็นำมาจัดประสบการณ์ด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก




ประเมินการเรียนการสอน

ประเมินสภาพห้องเรียน

ห้องเรียนสะอาด อากาศเย็นสบาย อุปกรณ์ครบครัน

ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมมีพูดคุยบ้างเล็กน้อยในเวลาเรียน

ประเมินเพื่อน

เพื่อนพูดคุยกันขณะที่อาจารย์กำลังสอน แต่ทุกกลุ่มและทุกคนให้ความร่วมมือดี

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนช้า แต่เนื้อหาการสอนครบถ้วน เป็นกันเอง สนุก  อาจารย์ตั้งใจสอนดีมาก














บันทึกการเรียนครั้งที่ 2



บันทึกการเรียนครั้งที่  2  วันพุธที่  11  มกราคม 2560

ครั้งที่  2



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เพียเจต์


การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย   มาจาาก 3 คำหลัก คือ 
1.  การจัดประสบการณ์
2.  คณิตศาสตร์
3.  เด็กปฐมวัย
     สามคำนี้ คำที่สำคัญที่สุดคือคำว่า "เด็กปฐมวัย" เพราะเด็กเป็นเป้าหมายสำคัญที่เราต้องจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาสติปัญญากับให้เด็กภายใต้พัฒนาการและวิธีการเรียนรู้ของตัวเด็กเอง และในการจัดการเรียนรูหรือจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยนั้น ไม่เพียงแต่การยึดหลักสูตรเพียงอย่างเดียว เรายังต้องยึดหลักทฤษฎีของนักจิตวิทยามาใช้ควบคู่กันอีกด้วย ซึ่งมีนักทฤษฎีที่ว่าด้วยพัฒนาการทางด้านสติปัญญาดังนี้

1. เพียเจต์

            ได้ศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการทางด้านความคิดของเด็กว่ามีขั้นตอนหรือกระบวนการอย่างไร ทฤษฎีของเพียเจต์ตั้งอยู่บนรากฐานของทั้งองค์ประกอบที่เป็นพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม เขาอธิบายว่า การเรียนรู้ของเด็กเป็นไปตามพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งจะมีพัฒนาการไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้นซึ่งเราจะยกมาแค่สองขั้นที่เป็นอายุตามเกณฑ์ของเด็กปฐมวัยดังนี้
1. ขั้นพัฒนาการด้านประสาทสัมผัส (แรกเกิด - 2 ปี)
          - เรียนรู้ประสาทสัมผัส
          - จดจำสิ่งต่างๆ ลักษณะของวัตถุได้
2. ขั้นเตรียมความคิดที่มีเหตุผล (2 - 7 ปี)
          - ใช้ภาษาพูดแสดงความรู้ ควาคิด
          - รู้จักคำที่บอกขนาด น้ำหนัก รูปทรง ความยาว
          - การเล่นบทบาทสมมติเป็นพื้นฐานของการพัฒนาความเข้าใจ
          - รู้จักสิ่งที่เป็นนามธรรมมากขึ้น เช่น ตัวเลข จำนวน อักษร คำที่มีความหมาย
             เพียเจต์เน้นการทำงานของสมองที่แตกไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้และการเอาตัวรอดได้โดย
1. การปรับความรู้เดิม
2. การเกิดความสมดุล 
ถ้าเด็กอายุ  2 - 4 ปี จะตอบตามสิ่งที่ตนเห็น
แต่ถ้าเด็กอายุ 4 - 6 ปี จะเริ่มเข้าใจแบบนามธรรมมากขึ้น มีการใช้เหตุผล
          การพัฒนาความคิดเด็กจากการที่เด็กตอบตามสิ่งที่เห็นจนสามารถเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมมากขึ้นนั้น เราสามารถพัฒนาได้โดย
1. การนับ
2. การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง
3. เปรียบเทียบรูปทรง ปริมาตร
4. เรียงลำดับ
5. การจัดกลุ่ม
            ในฐานะที่เราเป็นครูปฐมวัยเราต้องจัดประสบการณ์ให้เด็กได้คิด ได้ลงมือกระทำ จับต้องได้จากสื่อของจริง ไม่ว่าจะผ่านการสอนหรือสอดแทรกลงในกิจกรรมทั้ง 6 หลัง โดยเฉพาะเกมการศึกษา





ประเมินการเรียนการสอน

ประเมินสภาพห้องเรียน

ห้องเรียนสะอาด อากาศเย็นสบาย อุปกรณ์ครบครัน

ประเมินตนเอง

ตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมมีพูดคุยบ้างเล็กน้อยในเวลาเรียน

ประเมินเพื่อน

เพื่อนพูดคุยกันขณะที่อาจารย์กำลังสอน แต่ทุกกลุ่มและทุกคนให้ความร่วมมือดี

ประเมินอาจารย์

อาจารย์เข้าสอนช้า แต่เนื้อหาการสอนครบถ้วน เป็นกันเอง สนุก  อาจารย์ตั้งใจสอนดีมาก